คนสำคัญ...อุตสาห์พิมพ์ตั้งเยอะ ดันเป็นตัวยึกยืออ่านไม่ออกอีก เซ็งจริงเลย...
คืนก่อนน้าชายที่กรุงเทพฯ โทรมาคุยด้วยตั้งนานแน่ะ คิดถึงเหมือนกัน ตั้งแต่งานศพคุณตาก็ไม่ค่อยได้คุยกัน นึกถึงตอนที่ไปจีบน้าสะใภ้ ตอนนั้นเราคงอายุได้สัก 10 ขวบมั้ง ห่างกัน 10 ปี ตอนนี้น้าก็สามสิบกว่าๆ แล้ว เอาเราไปบังหน้า สงสัยจะเขินน่ะ ไปดูหนังกลางแปลงในงานวัด สนุกมากๆ ช่วงหน้าหนาวก็นั่งมอเตอร์ไซด์ไปสองคน เราซ้อนท้าย ตัวอ้วนกลมเพราะมันหนาว สวมถุงมือ ถุงเท้า สวมหมวก ตอนนี้มีลูก 2 คนหน้าตาน่ารัก แต่ก็เห็นน้ายังเหนื่อยอยู่ สงสารเหมือนกัน แต่เพื่อลูกเพื่อครอบครัวก็ต้องอดทน
จะพยายามขยันทำงาน เก็บเงิน จะได้ไม่ลำบากมากนัก
อีกอย่างนึง...ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่อยากจะให้ใครบางคนรู้ว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่เขารับรู้ในสิ่งที่เราทำให้ ไม่รู้อะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น
ขอบคุณ...ที่ทำให้เรามองโลกในความเป็นจริง คอยสอนให้มองโลก 2 ด้าน
ขอบคุณ...ที่ทำให้หัวใจพองโต และห่อเหี่ยวได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ขอบคุณ...ที่รับฟัง และมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำให้ ไม่ได้ขอบคุณเพราะคำพูด แต่มองเห็นในสิ่งที่เขาทำและรับรู้ได้
ไม่รู้จะพูดอะไรอีก แค่เพียงได้ยินว่า คนดีๆ มีอีกเยอะ คิดจะไปค้นหาอีกบ้างมั้ย ยังไม่ทันตอบก็พูดออกมาซะแล้ว ว่าบางทีคนเราก็มองไม่เห็นสิ่งที่มีค่าอยู่ข้างๆ กายเสมอ แต่มองข้ามไป แค่นี้ก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เลยเฉลยให้ฟังซะเลยว่า...คนดีๆ มีอีกนับร้อยก็จริง แต่จะเอาอะไรมาวัดได้หล่ะ ว่าจะไปเจอสิ่งที่ดีกว่าหรือเลวร้ายกว่าเดิม ขอทำทุกวันนี้ให้มีความสุขก็พอใจแล้ว ไม่มีอะไรเลวร้ายเกินไป ถ้าใจหยุดนิ่ง รู้จักคิดด้วยเหตุผล
ขอบคุณอีกครั้ง...ที่ทำให้ยิ้มได้ทั้งกายและใจ












